ข้อควรปฏิบัติและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับผู้ที่มีอาการปวดข้อศอก (Tennis Elbow)

 

ข้อควรปฏิบัติและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับผู้ที่มีอาการปวดข้อศอก (Tennis Elbow)

“แค่บิดผ้าขี้ริ้ว น้ำตาก็แทบเล็ด”

“ยกแก้วกาแฟตอนเช้า ยังรู้สึกว่าแขนไม่มีแรงเลยครับหมอ”

เชื่อไหมครับว่า 9 ใน 10 ของคนไข้ที่เดินเข้ามาหาหมอด้วยอาการปวดข้อศอกด้านนอก “ไม่ได้เป็นนักเทนนิส” แต่กลับเป็นแม่บ้านที่ซักผ้าด้วยมือ เป็นช่างซ่อมที่ต้องขันน็อตทั้งวัน หรือเป็นพนักงานออฟฟิศที่ใช้เมาส์ต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง

เรื่องราวของ “คุณทองคำ วัย 55 ปี เป็นช่างไม้ฝีมือดี วันหนึ่งป้าทองคำรู้สึกเจ็บแปล๊บที่ปุ่มกระดูกข้อศอกด้านนอกเวลาไสไม้ ตอนแรกคิดว่าแค่เมื่อย เลยไปซื้อยานวดมาทาแล้วฝืนทำงานต่อ ผ่านไป 2 เดือน อาการหนักขึ้นจนแค่จับลูกบิดประตูหมุนเข้าบ้านยังเจ็บจี๊ดร้าวไปถึงข้อมือ แก้วน้ำแทบหลุดมือ

โรคนี้เราเรียกว่า “เอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ” หรือที่คุ้นหูกันว่า Tennis Elbow ครับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กระดูกแตกหัก แต่อยู่ที่ “จุดเกาะของเส้นเอ็น” ที่มีการใช้งานซ้ำๆ จนเกิดการบาดเจ็บระดับจุลภาค (Micro-tear) คล้ายกับเชือกที่ถูกดึงถูไปมาจนเปื่อยยุ่ยตรงปมเชือกนั่นเองครับ

วันนี้หมอเก่งจะมาไขข้อข้องใจว่า ถ้าเป็นแล้วต้องดูแลอย่างไร อะไรที่ “ควรทำ” และอะไรที่ “ควรเลี่ยง” เพื่อให้เส้นเอ็นกลับมาสมานตัวและหายเจ็บได้ไวที่สุดครับ

เข้าใจให้ถูก: เจ็บตรงไหนคือ Tennis Elbow?

ลองคลำดูที่ข้อศอกด้านนอกครับ จะมีปุ่มกระดูกนูนๆ อยู่จุดหนึ่ง ถ้ากดลงไปแล้วเจ็บจี๊ด หรือลองกระดกข้อมือขึ้นต้านแรงแล้วปวดร้าวมาที่ศอก นั่นแหละครับคือสัญญาณของโรคนี้

เส้นเอ็นตรงนี้ทำหน้าที่ “กระดกข้อมือและเหยียดนิ้ว” ครับ ดังนั้นกิจกรรมอะไรก็ตามที่ต้องเกร็งข้อมือ กระดกข้อมือ หรือกำมือแน่นๆ ซ้ำๆ จะส่งแรงกระชากไปที่จุดเกาะเอ็นที่ข้อศอกโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบสะสม

การตรวจวินิจฉัย: มั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นโรคนี้?

เมื่อมาพบหมอ การตรวจร่างกายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ หมอจะขยับข้อมือในท่าต่างๆ เพื่อดูจุดเจ็บ แต่เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและวางแผนรักษาได้ตรงจุด เรามักจะใช้ตัวช่วย:

  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีหินปูนเกาะที่ปุ่มกระดูกไหม หรือมีภาวะข้อเสื่อมร่วมด้วยหรือเปล่า
  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เครื่องมือนี้สำคัญมากครับ ช่วยให้หมอเห็นความหนาตัวของเส้นเอ็น เห็นรอยฉีกขาด หรือเส้นเลือดที่มาเลี้ยงบริเวณอักเสบได้ทันที โดยไม่ต้องรอทำ MRI ซึ่งช่วยให้วางแผนการรักษาได้แม่นยำขึ้นมาก

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (พฤติกรรมที่ทำให้ไม่หายสักที)

การรักษาโรคนี้ ยาที่ดีที่สุดไม่ใช่ยาเม็ด แต่คือ “การปรับการใช้งาน” ครับ หากท่านยังทำพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ การรักษาก็ยากที่จะได้ผลเต็มร้อย

  1. เลี่ยงการยกของแบบคว่ำมือ (Pronated Grip): ท่านี้เป็นท่าปราบเซียนครับ การคว่ำมือแล้วยกของ (เช่น หิ้วถังน้ำ หิ้วถุงแกง ยกเก้าอี้) จะทำให้กล้ามเนื้อเหยียดข้อมือทำงานหนักมาก แรงทั้งหมดจะไปลงที่จุดเจ็บที่ข้อศอกทันที
  2. เลี่ยงการบิดหมุนรุนแรง: การบิดผ้าให้แห้งสนิท การใช้ไขควงขันน็อตแน่นๆ หรือการเปิดฝาขวดเกลียวที่แน่นมากๆ เป็นท่าที่กระชากเส้นเอ็นข้อศอกอย่างรุนแรง ควรเลี่ยง หรือใช้อุปกรณ์ช่วยทุ่นแรง
  3. เลี่ยงการสะบัดข้อมือ: สำหรับพ่อบ้านแม่บ้าน การสะบัดผ้าตาก หรือการสับหมู สับไก่แรงๆ โดยใช้ข้อมือเป็นจุดหมุน จะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทำลายเส้นเอ็นที่กำลังบาดเจ็บ
  4. ไม่ควรนวดคลึงที่ปุ่มกระดูกแรงๆ: หลายคนเข้าใจผิด คิดว่ายิ่งเจ็บยิ่งต้องนวดให้คลาย การไปกดขยี้แรงๆ ตรงจุดที่อักเสบ (ปุ่มกระดูกข้อศอก) จะยิ่งทำให้เส้นเอ็นช้ำ บวม และอักเสบมากขึ้นกว่าเดิมครับ ถ้านวด แนะนำให้นวดคลายกล้ามเนื้อแขนท่อนล่างห่างจากจุดเจ็บจะดีกว่า
  5. เลี่ยงท่าทางซ้ำซาก (Repetitive Motion): เช่น การพิมพ์งานโดยไม่พักข้อมือ การกวาดบ้านนานๆ หากจำเป็นต้องทำ ควรพักยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุกๆ 15-20 นาที

สิ่งที่ควรปฏิบัติ (ตัวช่วยให้หายไว)

  1. ปรับท่ายกของเป็น “หงายมือ” (Supinated Grip): เปลี่ยนจากคว่ำมือ เป็นหงายมือแล้วช้อนยกของขึ้น หรืออุ้มของแนบชิดลำตัว ท่านี้จะใช้กล้ามเนื้อหน้าแขน (Biceps) เข้ามาช่วยรับน้ำหนัก ลดภาระของเอ็นข้อศอกได้มากครับ
  2. ใช้สายรัดข้อศอก (Tennis Elbow Support): อุปกรณ์นี้หน้าตาเป็นแถบผ้ารัดใต้ข้อศอก (ไม่ใช่รัดตรงจุดที่เจ็บนะครับ ให้รัดต่ำกว่าจุดเจ็บลงมาประมาณ 2 นิ้วมือ) แรงรัดจะช่วยเปลี่ยนจุดรับแรงกระชาก ไม่ให้ไปถึงจุดเกาะเอ็นที่อักเสบ ช่วยให้ทำงานได้เจ็บน้อยลง
  3. ประคบให้ถูกจังหวะ:
    • ประคบเย็น: เมื่อมีอาการปวดเฉียบพลัน บวม หรือหลังจากใช้งานแขนมาหนักๆ (15-20 นาที)
    • ประคบอุ่น: เมื่อรู้สึกตึงๆ ฝืดๆ หรือปวดเรื้อรังมานาน เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด
  4. บริหารยืดเหยียด (Stretching): เหยียดแขนข้างที่เจ็บไปข้างหน้า คว่ำมือลง ใช้มืออีกข้างกดหลังมือดัดข้อมือลงหาพื้นช้าๆ จนรู้สึกตึงที่หลังแขนท่อนล่าง (แต่อย่าให้เจ็บจี๊ด) ค้างไว้ 15-30 วินาที ทำบ่อยๆ จะช่วยให้เส้นเอ็นยืดหยุ่นขึ้น
  5. ใช้อุปกรณ์ทุ่นแรง: เช่น ใช้รถเข็นแทนการหิ้วของหนัก ใช้เครื่องปั่นแทนการสับหมู เปลี่ยนลูกบิดประตูเป็นแบบก้านโยก สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ช่วยถนอมข้อศอกได้มหาศาลครับ

แนวทางการรักษาทางการแพทย์

ถ้าปรับพฤติกรรมแล้วยังปวดอยู่ หมอมีวิธีช่วยครับ

  • การใช้ยา: ยาลดอักเสบ (NSAIDs) ช่วยได้ในช่วงปวดมาก แต่ไม่ควรกินต่อเนื่องนานเกินไป
  • กายภาพบำบัด: การใช้คลื่นกระแทก (Shockwave Therapy) หรือเลเซอร์ (High Power Laser) ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเส้นเอ็นได้ดีมากสำหรับโรคนี้
  • การฉีดยา (Ultrasound Guided Injection): เทคนิคปัจจุบัน เราใช้อัลตราซาวด์นำวิถี ระบุตำแหน่งรอยโรคแล้วฉีดยา
    • สเตียรอยด์: ใช้ลดปวดเฉียบพลันได้ดี แต่ไม่ควรฉีดบ่อยเกินไป (ไม่ควรเกิน 2-3 ครั้ง) เพราะอาจทำให้เอ็นเปื่อยได้
    • เกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP): เป็นทางเลือกใหม่ที่นำเลือดคนไข้มาปั่นแยกเกล็ดเลือดแล้วฉีดกลับเข้าไป เพื่อเร่งกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติ เหมาะกับคนที่เป็นเรื้อรังและไม่อยากฉีดสเตียรอยด์
  • การผ่าตัด: จะทำก็ต่อเมื่อรักษาทุกวิธีแล้วไม่หายใน 6-12 เดือน หรือเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรง ซึ่งปัจจุบันมีการผ่าตัดแผลเล็ก หรือส่องกล้องรักษาได้ครับ

พยากรณ์โรค: ต้องดูแลตลอดชีวิตไหม?

ข่าวดีคือโรคนี้ “หายขาดได้” ครับ แต่ข่าวร้ายคือ “ใช้เวลา” เส้นเอ็นเป็นอวัยวะที่เลือดไปเลี้ยงน้อย การฟื้นตัวอาจใช้เวลา 3-6 เดือน หรือเป็นปีในบางราย ขึ้นอยู่กับว่าคนไข้ “พัก” และ “เลี่ยง” พฤติกรรมเสี่ยงได้ดีแค่ไหน

คนไข้ที่อาการกลับมาเป็นซ้ำ ส่วนใหญ่เกิดจากการกลับไปใช้งานหนักในท่าเดิมๆ เร็วเกินไปก่อนที่เส้นเอ็นจะแข็งแรงพอ

สรุป

อาการปวดข้อศอก Tennis Elbow ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้เกิดแค่กับนักกีฬา การดูแลรักษาที่สำคัญที่สุดคือ “การรู้ทันท่าทางของตัวเอง” แค่เปลี่ยนจากคว่ำมือเป็นหงายมือ เลิกบิดผ้าแรงๆ และหมั่นยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ท่านก็สามารถหายจากอาการปวดทรมานนี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งเข็มหรือมีดหมอครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดข้อศอก #TennisElbow #เอ็นศอกอักเสบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดแขน #กายภาพบำบัด #PRPข้อศอก #Shockwave #รักษาปวดศอกเชียงใหม่ #ออฟฟิศซินโดรม


References

  1. American Academy of Orthopaedic Surgeons. Tennis Elbow (Lateral Epicondylitis) [Internet]. Rosemont (IL): AAOS; 2021 [cited 2024 Jul 18]. Available from: https://orthoinfo.aaos.org/en/diseases--conditions/tennis-elbow-lateral-epicondylitis/
  2. Bisset LM, Vicenzino B. Physiotherapy management of lateral epicondylalgia. J Physiother. 2015;61(4):174-81.
  3. Coombes BK, Bisset L, Vicenzino B. Management of Lateral Elbow Tendinopathy: One Size Does Not Fit All. J Orthop Sports Phys Ther. 2015;45(11):938-49.
  4. Cutts S, Gangoo S, Modi N, Pasapula C. Tennis elbow: A clinical review article. J Orthop. 2019;17:203-7.
  5. Vaishya R, Tiwari AK, Agarwal AK, Vijay V. Non-operative management of tennis elbow: a review. J Clin Orthop Trauma. 2016;7(Suppl 1):159-60.

Comments

Popular posts from this blog

เอ็นข้อศอกอักเสบ เจ็บซ้ำ ๆ ไม่หายสักที

ปวดข้อศอกด้านใน (Golfer’s Elbow) คืออะไร? ทำไมปวดเรื้อรังเวลาใช้แขน — หมอเล่าให้เข้าใจง่ายแบบใช้ได้จริง