ปวด‑บวมข้อศอก “Olecranon Bursitis” ถุงน้ำข้อศอกอักเสบ อาการใกล้ตัวที่ไม่ควรปล่อยไว้
ปวด‑บวมข้อศอก “Olecranon Bursitis” ถุงน้ำข้อศอกอักเสบ อาการใกล้ตัวที่ไม่ควรปล่อยไว้
หลายคนเคยมีอาการปวดข้อศอกอยู่ดี ๆ โดยเฉพาะเวลาจะวางศอกบนโต๊ะ เหมือนมีอะไรโป่งนูนด้านหลังข้อศอก กดแล้วเจ็บ อุ่น ๆ และบางครั้งบวมจนแขนงอไม่ถนัด ทำงานบ้านลำบาก พอเวลาผ่านไปไม่ดีขึ้น แถมเริ่มแดงร้อนจนกังวลว่าจะเป็นอะไรอันตรายหรือไม่
อาการแบบนี้ตรงกับภาวะที่เรียกว่า Olecranon Bursitis (ถุงน้ำข้อศอกอักเสบ) ซึ่งพบได้บ่อยทั้งในผู้สูงอายุ คนทำงานออฟฟิศ และคนที่ชอบเทศอกลงบนโต๊ะเป็นประจำ
เคสใกล้ตัวที่พบเป็นประจำ
คุณลุงชาญ อายุ 67 ปี ชอบวางศอกบนโต๊ะเวลานั่งดูทีวี วันหนึ่งพบว่าข้อศอกบวมเท่าไข่ไก่ กดเจ็บและรู้สึกตึง ๆ พอยกของเบาก็เจ็บแปล๊บ ๆ จนคิดว่าเป็นข้อศอกอักเสบจากเอ็นหรือข้อเสื่อม แต่เมื่อตรวจพบว่าเป็น ถุงน้ำข้อศอกอักเสบ (Olecranon Bursitis) ซึ่งต้องรีบรักษาก่อนที่อาการจะลุกลามเป็นการติดเชื้อ
ถุงน้ำข้อศอกอักเสบคืออะไร? (อธิบายง่าย ๆ)
บริเวณข้อศอกมี “ถุงน้ำเล็ก ๆ” อยู่ตามธรรมชาติ ทำหน้าที่เหมือนหมอนรองเพื่อลดการเสียดสีระหว่างผิวหนังกับกระดูก เมื่อมีการระคายเคือง กดทับ ยืดเหยียดแรง ๆ หรือกระแทก ถุงน้ำนี้จะเกิดการอักเสบและบวมโป่งขึ้นมาเหมือนลูกโป่งใส ๆ ใต้ผิวหนัง
จึงทำให้
ข้อศอกบวม
เจ็บเวลาเทน้ำหนักหรือวางศอก
บางรายแดงและร้อน
สาเหตุที่ทำให้เกิด Olecranon Bursitis
1) การกดทับเป็นเวลานาน
เช่น วางศอกบนโต๊ะ ใช้ศอกยันพื้น หรือใช้ศอกช่วยพยุงตัวบ่อย ๆ
2) การบาดเจ็บเล็ก ๆ (micro‑trauma)
เช่น สะดุดล้มขูดข้อศอก โดยที่จำเหตุการณ์ไม่ค่อยได้
3) การอักเสบจากโรคประจำตัว
เช่น เก๊าท์ รูมาตอยด์ หรือข้อเสื่อม
4) การติดเชื้อ (ต้องระวังเป็นพิเศษ)
ถ้าผิวหนังถลอก ติดเชื้อแบคทีเรียเข้าไป จะทำให้ถุงน้ำอักเสบรุนแรง
อาการที่พบบ่อย
ก้อนบวมด้านหลังข้อศอก
เจ็บเวลาเทน้ำหนักหรือกระทบเบา ๆ
ผิวหนังอุ่น และอาจแดง
ยืดหรือเหยียดศอกได้ไม่สุด
หากติดเชื้อ จะมีไข้ ปวดมาก และผิวหนังแดงชัดเจน
สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์
ข้อศอกแดงมาก ร้อนจัด
ปวดจนยกแขนไม่ได้
มีไข้ หนาวสั่น
บวมลุกลามเร็ว
มีหนองซึม
อาการเหล่านี้อาจเป็นการติดเชื้อ ต้องรีบรักษาโดยเร็ว
การตรวจวินิจฉัย
1) ตรวจร่างกาย
ดูขนาดก้อน การบวมแดง จุดกดเจ็บ และการขยับข้อศอก
2) เอกซเรย์
ไว้ดูว่ามีกระดูกงอก หินปูน หรือข้อเสื่อมร่วมด้วยหรือไม่
3) อัลตราซาวด์
ช่วยยืนยันว่าก้อนเป็นถุงน้ำจริง ดูปริมาณน้ำ และตรวจว่ามีการอักเสบของเส้นเอ็นใกล้เคียงหรือไม่
4) เจาะน้ำจากถุงน้ำ (ในบางกรณี)
ใช้วินิจฉัยติดเชื้อ เก๊าท์ หรืออาการอักเสบอื่น ๆ
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (ใช้ได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่)
1) พักการใช้งานข้อศอก
หลีกเลี่ยงการวางศอกบนพื้นแข็งหรือกดทับตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ
2) ประคบเย็นในช่วงอักเสบ
ช่วยลดบวมในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
3) ใส่อุปกรณ์รองศอก (Elbow pad)
ลดแรงกดที่บริเวณถุงน้ำ
4) ยาลดอักเสบ
ช่วยลดบวมและปวด ทำให้กลับมาใช้งานได้เร็ว
5) การฉีดยาลดอักเสบแบบระบุตำแหน่งด้วยอัลตราซาวด์
เหมาะกับผู้ที่บวมมากหรือปวดเรื้อรัง ช่วยให้ยาเข้าเป้าชัดและลดปวดเร็ว
6) กายภาพบำบัด
หากมีเส้นเอ็นรอบข้อศอกตึงตัวร่วมด้วย จะช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น
กรณีที่ต้องพิจารณาการเจาะน้ำหรือผ่าตัด
ถุงน้ำใหญ่มากจนขยับศอกไม่ได้
สงสัยติดเชื้อ
เจาะน้ำออกแล้วยังเป็นซ้ำหลายครั้ง
ปวดเรื้อรังแม้จะรักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้ว
ผ่าตัดจะเป็นการเอาถุงน้ำที่อักเสบออก เพื่อลดการกลับเป็นซ้ำ
พยากรณ์โรค
ส่วนใหญ่หายดีภายใน 1–3 สัปดาห์ หากหลีกเลี่ยงการกดทับและได้รับการรักษาเหมาะสม แต่ถ้าปล่อยไว้นานจนติดเชื้อ อาจต้องใช้เวลารักษานานขึ้นและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน
เคล็ดลับดูแลตัวเองที่ทำได้ทันที
หลีกเลี่ยงการวางศอกบนโต๊ะหรือพื้นแข็ง
ใช้ปลอกศอกจากวัสดุนุ่ม ๆ
ประคบเย็นหากบวมแดง
ยืดเหยียดเบา ๆ เพื่อให้ข้อศอกไม่ติด
ดื่มน้ำมากขึ้นในผู้ที่มีเก๊าท์
สรุป
อาการบวมปวดข้อศอกจาก Olecranon Bursitis เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ต้องแยกสาเหตุอย่างละเอียดโดยเฉพาะกรณีติดเชื้อ การตรวจด้วยอัลตราซาวด์ช่วยยืนยันการวินิจฉัยและช่วยให้รักษาได้ตรงจุด การดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยให้หายเร็วและลดการกลับมาเป็นซ้ำ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ข้อศอกบวม #ปวดข้อศอก #ถุงน้ำข้อศอก #OlecranonBursitis #ข้อศอกอักเสบ
Comments
Post a Comment