“ตีแบดมันส์ สะบัดข้อมือเพลิน... ตื่นมาอีกที ยกแก้วกาแฟแทบไม่ไหว!”
“ตีแบดมันส์ สะบัดข้อมือเพลิน... ตื่นมาอีกที ยกแก้วกาแฟแทบไม่ไหว!”
หลายคนเข้าใจผิดว่า Tennis Elbow คือการที่กล้ามเนื้ออักเสบ กินยาแก้อักเสบ 3-5 วันก็น่าจะหาย แต่ในความเป็นจริง โรคนี้มีความซับซ้อนกว่านั้นครับ
ในทางการแพทย์ เราพบว่าในระยะเรื้อรัง (ที่เป็นมานานเกิน 3 เดือน) มันไม่ใช่แค่การ "อักเสบ" (Inflammation) ที่มีเม็ดเลือดขาวมาคั่งอยู่เฉยๆ แต่มันคือภาวะ "เส้นเอ็นเสื่อมสภาพ" (Tendinosis)
ลองจินตนาการถึง "เชือกไนลอนเก่าๆ" นะครับ เส้นเอ็นที่เกาะตรงข้อศอกเราก็เหมือนเชือกเส้นนั้น ปกติมันจะเหนียวและแข็งแรง แต่พอเราใช้งานมันซ้ำๆ ด้วยการกระชาก (เช่น จังหวะสะบัดข้อมือตีแบด) เชือกเส้นนี้จะเกิดรอยฉีกขาดเล็กๆ (Micro-tears) ร่างกายเราพยายามจะซ่อมแซมรอยฉีกนี้ แต่ถ้าเราไม่พัก แล้วไปเล่นซ้ำๆ ร่างกายจะซ่อมไม่ทัน หรือซ่อมแบบรีบๆ ทำให้เนื้อเยื่อที่มาซ่อมกลายเป็น "พังผืดที่ไม่สมบูรณ์"
พังผืดพวกนี้เหมือนกาวคุณภาพต่ำที่เปราะบาง และมีเส้นเลือดฝอยเล็กๆ แทรกตัวเข้าไปผิดที่ผิดทาง ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเรื้อรัง และเส้นเอ็นขาดความยืดหยุ่น นี่คือเหตุผลว่าทำไมกินยาแก้ปวดแล้วอาการดีขึ้นแป๊บเดียว แต่พอไปใช้งานหนัก ก็กลับมาเจ็บอีก เพราะ "โครงสร้าง" ของเส้นเอ็นมันยังไม่กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์นั่นเองครับ
โรคเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ (Tennis Elbow) คืออะไร?
โรคนี้ทางการแพทย์เรียกว่า Lateral Epicondylitis ครับ เป็นภาวะที่มีการบาดเจ็บของเส้นเอ็นกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ "กระดกข้อมือและนิ้วมือขึ้น" (Extensor muscles) โดยจุดที่บาดเจ็บมักจะอยู่ที่จุดเกาะต้นของเส้นเอ็น บริเวณปุ่มกระดูกนูนๆ ด้านนอกของข้อศอก
สาเหตุและกลไกการเกิดโรค (Pathogenesis)
- การใช้งานซ้ำๆ (Repetitive Strain): หัวใจสำคัญไม่ใช่ "ความหนัก" แต่คือ "ความถี่" การขยับข้อมือ กระดกข้อมือ หรือเกร็งแขนในท่าเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน
- แรงกระแทกจากการกีฬา: ในแบดมินตัน จังหวะ Backhand ที่ต้องใช้แรงสะบัดข้อมือ หรือจังหวะที่ไม้แบดกระทบลูก (Impact) แรงสั่นสะเทือนจะส่งผ่านไม้มาที่ข้อมือ และวิ่งตรงไปที่จุดเกาะเส้นเอ็นที่ข้อศอก ถ้าไม้แบดขึงเอ็นตึงเกินไป หรือกริปจับเล็ก/ใหญ่เกินไป ก็ยิ่งเพิ่มแรงเครียดให้เส้นเอ็น
- อายุ: เมื่ออายุเข้าเลข 30-50 ปี ความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นจะลดลงตามธรรมชาติ เลือดที่มาเลี้ยงบริเวณจุดเกาะเส้นเอ็นก็น้อยลง ทำให้การซ่อมแซมตัวเองช้ากว่าตอนเป็นวัยรุ่น
อาการและสัญญาณเตือน
- ปวดปุ่มกระดูกข้อศอกด้านนอก: อาจมีอาการบวมแดงเล็กน้อย หรือกดแล้วเจ็บจี๊ด
- ปวดร้าว: บางคนปวดร้าวลงมาตามกล้ามเนื้อแขนท่อนล่าง จนถึงข้อมือ
- อ่อนแรง: กำมือไม่แน่น แรงบีบลดลง อาการที่พบบ่อยคือ "ถือแก้วกาแฟ บิดลูกบิดประตู หรือบิดผ้า แล้วเจ็บ"
- เจ็บตอนเช้า: บางคนตื่นมาจะรู้สึกตึงที่ข้อศอกมาก ขยับลำบาก แต่พอสายๆ เริ่มขยับได้ดีขึ้น
ใครบ้างที่เสี่ยง?
- นักกีฬา: แบดมินตัน, เทนนิส, กอล์ฟ
- คนทำงานบ้าน: กวาดบ้าน ถูบ้าน บิดผ้า ซักผ้าด้วยมือ
- คนทำงานออฟฟิศ: ใช้เมาส์และคีย์บอร์ดในท่าทางที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานานๆ
- ช่างฝีมือ: ช่างไม้ ช่างประปา ที่ต้องใช้ไขควงหรือบิดเกลียวบ่อยๆ
การตรวจวินิจฉัย: หมอรู้ได้ยังไงว่าเป็นโรคนี้?
ส่วนใหญ่แล้ว หมอสามารถวินิจฉัยได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายครับ ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์ทุกคนเสมอไป
- การตรวจร่างกาย (Physical Exam): หมอจะทดสอบด้วยวิธีง่ายๆ เช่น ให้คนไข้เหยียดแขนตรง แล้วพยายามกระดกข้อมือขึ้นต้านแรงกดของหมอ ถ้าเจ็บจี๊ดที่ข้อศอกด้านนอก (Cozen’s test) ก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าเป็นโรคนี้
- อัลตราซาวนด์ (Ultrasound): ในปัจจุบัน การใช้อัลตราซาวนด์ช่วยวินิจฉัยมีบทบาทมากครับ เพราะสามารถมองเห็น "ความหนาตัวของเส้นเอ็น" เห็น "รอยฉีกขาด" หรือ "หินปูน" ที่เกาะอยู่ และยังเห็นเส้นเลือดที่มาเลี้ยงผิดปกติ (Hypervascularity) ได้ชัดเจน ข้อดีคือ ปลอดภัย ไม่มีรังสี และราคาไม่สูง
- เอกซเรย์ (X-ray): มักทำเพื่อดูว่ามีกระดูกงอก หรือความผิดปกติของข้อต่อร่วมด้วยหรือไม่ แต่จะไม่เห็นเส้นเอ็น
- MRI: จะทำในกรณีที่รักษามานานแล้วไม่หาย หรือสงสัยว่ามีโรคอื่นแอบแฝง เช่น เส้นประสาทถูกกดทับ หรือเอ็นฉีกขาดรุนแรงที่ต้องผ่าตัด
แนวทางการรักษา: ต้องผ่าตัดไหม? จะหายขาดหรือเปล่า?
ข่าวดีครับ! กว่า 90% ของผู้ป่วย Tennis Elbow หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่... ต้องใช้ความอดทนและวินัยในการดูแลตัวเองสูงมาก เพราะโรคนี้ "หายช้า" (ใช้เวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี ในบางราย)
1. ระยะเฉียบพลัน (ปวดมาก บวม แดง)
- พัก (Rest): สำคัญที่สุด! ต้องหยุดกิจกรรมที่ทำให้เจ็บทันที หยุดตีแบด หยุดยกของหนัก ถ้าไม่หยุด เอ็นจะไม่มีวันได้พักซ่อมแซม
- ประคบเย็น: ครั้งละ 15-20 นาที วันละ 3-4 ครั้ง เพื่อลดการอักเสบ
- ยา: ยาแก้ปวดลดการอักเสบ (NSAIDs) ช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ไม่ควรกินติดต่อกันนานเกินไป
2. อุปกรณ์ช่วยพยุง (Support)
- สายรัดข้อศอก (Counterforce Brace): เป็นสายรัดที่รัดต่ำกว่าข้อศอกลงมาประมาณ 2-3 นิ้ว หน้าที่ของมันคือ "สร้างจุดเกาะเทียม" เพื่อลดแรงกระชากที่จะไปถึงจุดที่เจ็บจริงๆ ช่วยให้เราใช้งานมือได้โดยไม่เจ็บมากนัก
3. การทำกายภาพบำบัด (Physical Therapy)
- เน้นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อแขน (Stretching)
- ใช้เครื่องมือทางกายภาพ เช่น อัลตราซาวนด์ (Ultrasound Therapy), เลเซอร์กำลังสูง (High Power Laser), หรือคลื่นกระแทก (Shockwave Therapy) ซึ่ง Shockwave ถือเป็นพระเอกในการรักษาภาวะเรื้อรัง เพราะมันจะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเส้นเลือดใหม่และซ่อมแซมเส้นเอ็นที่เสื่อมสภาพ
4. การฉีดยา (Injection) - ทางเลือกเมื่อไม่หาย
- สเตียรอยด์ (Steroid): สมัยก่อนนิยมมาก เพราะฉีดปุ๊บหายปวดปั๊บ แต่ปัจจุบันหมอจะระวังมากครับ เพราะการฉีดสเตียรอยด์ซ้ำๆ อาจทำให้ "เส้นเอ็นเปื่อยและขาดง่ายขึ้น" และผิวหนังบริเวณนั้นด่างขาวได้ ควรฉีดไม่เกิน 1-2 ครั้ง และต้องเว้นระยะห่าง
- เกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP - Platelet Rich Plasma): คือการเจาะเลือดคนไข้มาปั่นแยกเอาเฉพาะเกล็ดเลือดที่มี Growth Factor สูง แล้วฉีดกลับเข้าไปที่เส้นเอ็น เพื่อเร่งกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติ วิธีนี้ปลอดภัยกว่าสเตียรอยด์ในระยะยาว แต่เห็นผลช้ากว่า และราคาอาจจะสูงกว่า
5. การผ่าตัด (Surgery)
- จะทำก็ต่อเมื่อรักษาทุกวิธีแล้วอย่างน้อย 6-12 เดือน แต่อาการยังรบกวนชีวิตประจำวันมาก โดยการผ่าตัดจะเข้าไปตัดแต่งเนื้อเยื่อที่เสียออก และกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมใหม่
พยากรณ์โรคและภาวะแทรกซ้อน
โรคนี้เป็นโรคที่ "หายขาดได้" แต่มีโอกาส "เป็นซ้ำสูง" ถ้าพฤติกรรมเดิมๆ ไม่เปลี่ยน
- ภาวะแทรกซ้อน: ถ้าปล่อยไว้นานจนเรื้อรัง อาจทำให้กล้ามเนื้อแขนลีบ อ่อนแรงถาวร หรือเส้นเอ็นฉีกขาดจนต้องผ่าตัดใหญ่ นอกจากนี้ การฉีดยาสเตียรอยด์ผิดวิธีอาจทำให้เส้นเอ็นตายหรือขาดได้
- ระยะเวลาหาย: คนทั่วไปอาจใช้เวลา 3-6 เดือน แต่ถ้ารักษาสม่ำเสมอ อาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ
ปรับพฤติกรรมยังไง ให้ไกลโรค? (Self-Care Tips)
สำหรับแฟนๆ แบดมินตันและคนวัยทำงาน หมอมีคำแนะนำดังนี้ครับ:
- เช็คอุปกรณ์ (Equipment Check):
- ไม้แบด: อย่าใช้ไม้ที่หนักเกินแรงเรา หรือขึงเอ็นตึงเปรี๊ยะ (High tension) จนเกินไป เพราะแรงสะเทือนจะส่งมาที่แขนเราหมด
- กริป (Grip): ด้ามจับต้องพอดีมือ ไม่เล็กจนต้องกำแน่น หรือใหญ่จนจับลำบาก
- วอร์มอัพ (Warm-up): ยืดเหยียดกล้ามเนื้อแขนและข้อมือทุกครั้งก่อนลงสนามและหลังเล่นเสร็จ
- ปรับท่าตี (Technique): สำหรับแบดมินตัน พยายามใช้แรงจากการหมุนไหล่และลำตัวช่วย (Rotation) อย่าใช้แค่ข้อมือสะบัดอย่างเดียว โดยเฉพาะลูก Backhand ถ้าเจ็บ ให้หลีกเลี่ยงลูกนี้ไปก่อน หรือใช้สองมือช่วยตี
- สร้างกล้ามเนื้อ (Strengthening): เมื่อหายปวดแล้ว ต้องบริหารกล้ามเนื้อแขนให้แข็งแรง ด้วยการยกดัมเบลเบาๆ หรือใช้ยางยืดบริหารข้อมือ เพื่อให้กล้ามเนื้อรับแรงแทนเส้นเอ็นได้ดีขึ้น
สรุป
อาการปวดข้อศอกจากการตีแบดมินตัน หรือ Tennis Elbow ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรละเลย มันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าเส้นเอ็นของคุณกำลังถูกใช้งานเกินขีดจำกัด การพักการใช้งานคือยาขนานเอก และการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตและเล่นกีฬาที่รักได้โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ
อย่ารอให้แก้วกาแฟหลุดมือแล้วค่อยมาหาหมอ ดูแลข้อศอกของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มันอยู่คู่กับทุกแมตช์สำคัญของคุณไปอีกนานครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng 📞 โทร: 081-5303666
#TennisElbow #ปวดศอก #ตีแบดปวดแขน #เอ็นศอกอักเสบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดข้อศอกรักษา #LateralEpicondylitis #บาดเจ็บจากการกีฬา
Reference
- Mayo Clinic. Tennis Elbow - Symptoms and causes [Internet]. 2023 [cited 2024 Feb 15]. Available from: https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/tennis-elbow/symptoms-causes/syc-20351987
- American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Tennis Elbow (Lateral Epicondylitis) [Internet]. OrthoInfo. 2023 [cited 2024 Feb 15]. Available from: https://orthoinfo.aaos.org/en/diseases--conditions/tennis-elbow-lateral-epicondylitis/
- Vaishya R, Tiwari AK, Agarwal AK, Vijay V. Non-operative management of tennis elbow: A systematic review. J Clin Orthop Trauma. 2016;7(Suppl 1):54-60.
- Bhabra G, Wang A, Ebert JR, Edwards P, Zheng M, Zheng MH. Lateral Epicondylitis: A Review of Pathology and Management. Bone Joint J. 2016 Nov;98-B(11):1453-1463.
- Cutts S, Gangoo S, Srinivasan N, Modi N, Pasapula C, Gajebasia S. Tennis elbow: A clinical review article. J Orthop. 2019 Aug 10;17:203-207.
Comments
Post a Comment