บิดประตู หรือยกแก้วกาแฟ มันจี๊ดที่ข้อศอกจนแทบร้องไห้?”

 

“หมอครับ ผมเล่นเวทมาเป็นปี กล้ามแขนใหญ่ขึ้นชัดเจน แต่ทำไมช่วงนี้แค่บิดลูกบิดประตู หรือยกแก้วกาแฟ มันจี๊ดที่ข้อศอกจนแทบร้องไห้?”

นี่คือคำถามที่ผมเจอบ่อยมากในกลุ่มคนไข้อายุ 30 ต้นๆ ที่รักการออกกำลังกายครับ วันนี้หมอเก่งจะมาไขปริศนานี้กัน ว่าทำไม “กล้ามโต” แต่ “ศอกพัง” และเราจะแก้มันอย่างไรให้กลับไปยกเหล็กได้เหมือนเดิม


เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: คุณแบงค์ สายยิมจอมพลัง

คุณแบงค์ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นพนักงานออฟฟิศที่เข้ายิมสม่ำเสมอ 4 วันต่อสัปดาห์ หุ่นดีมากครับ กล้ามแขนเป็นมัดๆ เขาบอกผมว่าเดือนก่อนพยายามจะทำลายสถิติ (PR) ท่า Bench Press และเล่นท่า Bicep Curl น้ำหนักเยอะๆ

ตอนแรกแค่รู้สึกตึงๆ ที่ศอกด้านนอก คิดว่าเป็นเรื่องปกติของการเล่นกล้าม (No Pain, No Gain ใช่ไหมครับ?) ก็เลยฝืนเล่นต่อ ใส่ปลอกรัดศอกแล้วอัดยาแก้ปวดเอา ปรากฏว่าเมื่อวาน แค่จะหยิบขวดน้ำดื่มตอนประชุม “มันเจ็บแปร๊บเหมือนไฟช็อตที่ปุ่มกระดูกข้อศอก” จนขวดน้ำหลุดมือ ต่อหน้าหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน

คุณแบงค์เดินหน้าเครียดเข้ามาถามผมว่า “หมอครับ เอ็นผมขาดหรือเปล่า? ผมจะต้องเลิกเล่นเวทตลอดชีวิตไหม?”


ความจริงที่สายยิมต้องรู้: "คุณไม่ได้เอ็นขาด... แต่เชือกคุณกำลังจะเปื่อย"

หลายคนเข้าใจผิดว่าอาการนี้เกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบ พัก 2-3 วันก็หาย แต่ความจริงแล้ว อาการเจ็บจี๊ดที่ปุ่มกระดูกข้อศอกด้านนอก (หรือด้านใน) มันคือโรคที่ชื่อว่า Tennis Elbow (เอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ) ครับ

ถึงชื่อจะบอกว่า Tennis แต่งานวิจัยพบว่า คนไข้กว่า 90% ไม่ได้ตีเทนนิส แต่เกิดจากการใช้งานซ้ำๆ อย่างหนัก เช่น การกำดัมเบลแน่นๆ การกระดกข้อมือ หรือแม้แต่การพิมพ์งานคอมพิวเตอร์นานๆ

ผมชอบเปรียบเทียบให้คนไข้ฟังแบบนี้ครับ: ลองจินตนาการถึง “เชือกมะนิลา” (เส้นเอ็น) ที่ยึดระหว่างเสา (กระดูกข้อศอก) กับวัตถุหนักๆ (กล้ามเนื้อแขน) ทุกครั้งที่คุณยกเวทหนักๆ หรือเกร็งข้อมือ เชือกเส้นนี้จะถูกดึงกระชาก ทีละนิดๆ จนเส้นใยเล็กๆ เริ่มฉีกขาด (Micro-tear) เหมือนเชือกที่เริ่มเปื่อยและรุ่ยออกมา ร่างกายซ่อมไม่ทันการทำลาย จนเกิดการอักเสบสะสม


ทำไมถึงเจ็บศอก ทั้งที่เล่นกล้ามแขน?

1. โรคนี้คืออะไร? (Pathogenesis)

มันคือภาวะเสื่อมและอักเสบของจุดเกาะเอ็นกล้ามเนื้อเหยียดข้อมือ (Common Extensor Origin) ตรงปุ่มกระดูกนูนๆ ที่ข้อศอกด้านนอก

  • สาเหตุหลัก: การใช้งานข้อมือและนิ้วมือซ้ำๆ โดยเฉพาะท่าที่ต้อง “กำแน่น + กระดกข้อมือ” (Gripping + Extension) เช่น การเล่นท่า Lateral Raise, Upright Row หรือแม้แต่ Bench Press ที่จับบาร์ผิดองศา

2. อาการและสัญญาณเตือน

  • ปวดที่ปุ่มกระดูกข้อศอกด้านนอก (ถ้าเป็นด้านใน เรียก Golfer's Elbow)
  • ปวดร้าวลงมาที่แขนท่อนล่าง ถึงข้อมือ
  • กำมือแล้วเจ็บ: แรงบีบมือลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • จุดตาย: ท่าทางง่ายๆ ในชีวิตประจำวันจะทำไม่ได้ เช่น บิดผ้า, เปิดขวดน้ำ, ไขกุญแจ, หรือยกแก้วกาแฟ

3. การตรวจวินิจฉัย (Investigation)

ส่วนใหญ่หมอวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกายครับ ไม่จำเป็นต้องทำ MRI แพงๆ

  • การกดเจ็บ: กดที่ปุ่มกระดูกข้อศอกด้านนอกจะเจ็บมาก
  • Cozen’s Test: หมอจะให้คนไข้กำหมัดและกระดกข้อมือสู้กับแรงกดของหมอ ถ้าเจ็บจี๊ดที่ศอก แปลว่า “ใช่เลย”
  • X-ray: มักจะทำเพื่อดูว่าไม่มีหินปูนเกาะ หรือกระดูกงอกผิดปกติ ซึ่งส่วนใหญ่ในคนวัย 30 มักจะไม่พบอะไร (ฟิล์มปกติ)

แนวทางการรักษา: ต้องหยุดเล่นเวทไหม?

ข่าวดีคือ “ไม่ต้องเลิกเล่น” ครับ แต่ต้อง “ปรับ” โรคนี้เป็นโรคที่หายได้ แต่ต้องใช้เวลาและความอดทนสูงมาก (บางคนเป็นเดือน หรือ 6 เดือน)

1. ระยะเจ็บเฉียบพลัน (สัปดาห์แรก)

  • พักการใช้งาน (Active Rest): งดท่าที่ต้องกำแน่นๆ หรือกระดกข้อมือ แต่ยังเล่นขา เล่นท้อง หรือ Cardio ได้
  • ประคบเย็น: ครั้งละ 15-20 นาที บริเวณที่ปวด เพื่อลดการอักเสบ
  • ยา: ยาลดการอักเสบ (NSAIDs) ช่วยได้ในระยะสั้น แต่ห้ามกินต่อเนื่องนานๆ เพราะจะไปบังกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย
  • อุปกรณ์: สายรัดศอก (Counterforce brace) ช่วยลดแรงกระชากที่จุดเกาะเอ็น ให้ใส่ตอนที่ต้องใช้งานแขน

2. ระยะฟื้นฟู (กายภาพบำบัดสำคัญที่สุด)

  • Stretching: ยืดกล้ามเนื้อแขนท่อนล่างสม่ำเสมอ
  • Shockwave Therapy (คลื่นกระแทก): เป็นพระเอกในยุคนี้ครับ เครื่องมือนี้จะส่งคลื่นเสียงไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ มาซ่อมแซมเส้นเอ็นที่เปื่อยยุ่ย ให้กลับมาเหนียวแน่นเหมือนเดิม (ได้ผลดีกว่ากินยา)
  • การฉีดยา:
    • สเตียรอยด์: หมอจะฉีดเฉพาะกรณีเจ็บทรมานมากจริงๆ และไม่ควรฉีดเกิน 1-2 ครั้ง เพราะอาจทำให้เอ็นเปื่อยระยะยาวและผิวหนังด่างได้
    • PRP (Platelet Rich Plasma): คือการเจาะเลือดเรามาปั่นเอาเกล็ดเลือดเข้มข้น แล้วฉีดกลับเข้าไปที่เอ็น เพื่อเร่งกระบวนการซ่อมแซม (กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักกีฬา)

3. การกลับไปเล่นเวท

  • ต้องเริ่มจากน้ำหนักเบาๆ
  • เปลี่ยนท่าจับ: พยายามรักษาข้อมือให้ตรง (Neutral wrist) ไม่หักข้อมือตอนดันบาร์
  • ใช้ Lifting Straps ช่วยในท่าดึง เพื่อลดภาระการกำของนิ้วมือ

พยากรณ์โรค (Prognosis)

  • หายขาดไหม? หายขาดได้ครับ ถ้าดูแลถูกวิธี
  • ใช้เวลานานแค่ไหน? อาการมักจะดีขึ้นใน 6-12 สัปดาห์ แต่อาจมีความรู้สึกตึงๆ ได้ถึง 6 เดือน
  • จะกลับมาเป็นอีกไหม? มีโอกาสสูงถ้ายังใช้ฟอร์มการเล่นเวทที่ผิด หรือเพิ่มน้ำหนักเร็วเกินไปโดยที่กล้ามเนื้อยังไม่พร้อม

สรุป

อาการปวดศอกในคนหนุ่มสาวที่เล่นเวท ไม่ใช่เรื่องของ “ความอ่อนแอ” แต่เป็นสัญญาณเตือนว่า “เทคนิคการเล่น หรือ การใช้งานของคุณกำลังทำร้ายตัวเอง”

อย่าฝืนเล่นต่อด้วยยาแก้ปวดครับ เพราะจากเส้นเชือกที่แค่รุ่ยๆ อาจจะกลายเป็นขาดผึงได้ ให้ถอยออกมาพัก รักษาให้ถูกจุด ปรับท่าทางให้ถูกต้อง แล้วคุณจะกลับไปยกได้หนักกว่าเดิม แข็งแรงกว่าเดิมครับ

“พักให้เป็น ก็คือการสร้างกล้ามเนื้ออย่างหนึ่งครับ”

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดศอก #TennisElbow #เล่นเวทเจ็บศอก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา #OfficeSyndrome #ปวดแขน #กายภาพบำบัด


References (Step 2)

  1. Cutts S, et al. Tennis elbow: A clinical review article. J Orthop. 2019. (อธิบายภาพรวมทางคลินิก สาเหตุ และกลไกการเกิดโรคเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบอย่างละเอียด)
  2. Coombes BK, et al. Management of Lateral Elbow Tendinopathy: One Size Does Not Fit All. J Orthop Sports Phys Ther. 2015. (แนวทางการรักษาที่ต้องปรับให้เข้ากับระยะของโรคและกิจกรรมของคนไข้ ไม่ใช่แค่กินยา)
  3. Thiele S, et al. Radial shock wave therapy in patients with chronic tennis elbow. J Orthop Surg Res. 2015. (งานวิจัยสนับสนุนประสิทธิภาพของการใช้คลื่นกระแทก Shockwave ในการรักษาเอ็นศอกอักเสบเรื้อรัง)
  4. Mishra AK, et al. Efficacy of platelet-rich plasma for chronic tennis elbow: a double-blind, prospective, multicenter, randomized controlled trial of 230 patients. Am J Sports Med. 2014. (การศึกษาเปรียบเทียบที่แสดงให้เห็นผลดีของการฉีด PRP ในการรักษาในระยะยาว)
  5. Bisset L, et al. Mobilisation with movement and exercise, corticosteroid injection, or wait and see for tennis elbow: randomised trial. BMJ. 2006. (เปรียบเทียบการรักษาระหว่างกายภาพบำบัด การฉีดสเตียรอยด์ และการรอให้หายเอง)

Comments

Popular posts from this blog

ข้อควรปฏิบัติและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับผู้ที่มีอาการปวดข้อศอก (Tennis Elbow)

เอ็นข้อศอกอักเสบ เจ็บซ้ำ ๆ ไม่หายสักที

ปวดข้อศอกด้านใน (Golfer’s Elbow) คืออะไร? ทำไมปวดเรื้อรังเวลาใช้แขน — หมอเล่าให้เข้าใจง่ายแบบใช้ได้จริง