ระวัง! ชานิ้วก้อย-มือลีบ สัญญาณเตือนเส้นประสาทถูกกดทับจากแผลเป็นในอดีต"

 



ระวัง! ชานิ้วก้อย-มือลีบ สัญญาณเตือนเส้นประสาทถูกกดทับจากแผลเป็นในอดีต"

หลายคนอาจจะเคยมีอุบัติเหตุตอนเด็ก ๆ เช่น แขนหัก หรือข้อศอกหลุด แล้วก็รักษาจนหายกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติจนลืมไปแล้ว แต่พอเวลาผ่านไป 20-30 ปี อยู่ดี ๆ กลับมีอาการ "ชานิ้วก้อย" หรือ "มือกำไม่สนิท" เกิดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ

อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ และไม่ใช่แค่กล้ามเนื้ออ่อนแรงธรรมดา แต่มันคือสัญญาณของ "เส้นประสาทที่กำลังร้องขอชีวิต" จากร่องรอยบาดแผลในอดีตที่คอยรัดดึงเส้นประสาทไว้ทีละน้อยจนเริ่มมีอาการแสดงออกมาครับ


"เคสคุณเกต กับร่องรอยวัยเด็กที่ท่าสองยาง"

คุณเกต (นามสมมติ) ชายวัย 52 ปี เดินทางมาหาผมด้วยความกังวลใจ เพราะสังเกตเห็นว่า "ง่ามมือระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้มันบุ๋มลงไปเป็นร่องลึก" แถมหลังมือยังดูผอมลีบจนเห็นกระดูกชัดเจนกว่ามืออีกข้าง

"หมอครับ ตอนเด็ก ๆ ผมเคยข้อศอกหลุด แต่ก็ใช้ชีวิตมาได้ปกติเลยนะ พึ่งมาปีหลังนี่แหละครับที่ผมเริ่มชานิ้วนางกับนิ้วก้อยตลอดเวลา แถมตอนนี้จะเหยียดนิ้วให้ตรงก็ทำไม่ได้ มันเหมือนนิ้วมันจะหงิกค้างอยู่แบบนั้น ผมเป็นอัมพฤกษ์หรือเปล่าครับ?"

สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณเกตไม่ใช่โรคหลอดเลือดสมองครับ แต่มันคือภาวะที่เส้นประสาทบริเวณข้อศอกถูกกดทับอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานานนั่นเอง


ความจริงที่ซ่อนอยู่: ทำไมมือถึงลีบ?

เส้นประสาทที่มาเลี้ยงมือของเราที่เรียกว่า "เส้นประสาทอัลนาร์" (Ulnar Nerve) มันวิ่งผ่านร่องกระดูกบริเวณข้อศอก (ตรงที่เราชอบกระแทกแล้วรู้สึกเสียวเหมือนไฟช็อตนั่นแหละครับ)

ในกรณีของคุณวุฒิภัทร ที่เคยมีประวัติ "ข้อศอกหลุดตั้งแต่เด็ก" โครงสร้างของกระดูกศอกอาจจะมีการเปลี่ยนรูปทรงไปเล็กน้อย หรือมีพังผืดเกิดขึ้นรอบ ๆ เส้นประสาท เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี พังผืดเหล่านี้ก็ค่อย ๆ หนาตัวขึ้นจนไป "รัด" เส้นประสาทให้ตีบแคบลง

เมื่อเส้นประสาทถูกกดทับนานเข้า สัญญาณไฟฟ้าที่ส่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่มือก็ขาดหายไป ผลที่ตามมาคือ:

  1. กล้ามเนื้อฝ่อลีบ: โดยเฉพาะร่องระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ และกล้ามเนื้อหลังมือ
  2. นิ้วหงิก (Claw Hand): นิ้วนางและนิ้วก้อยจะเริ่มเหยียดไม่ออก เพราะกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่เหยียดนิ้วมันอ่อนแรงลง
  3. อาการชาถาวร: เพราะเส้นประสาทเริ่มเสื่อมสภาพจากการขาดเลือดไปเลี้ยง

อาการแบบนี้ ต้องตรวจอะไรบ้าง?

หากคุณมีอาการคล้ายคุณวุฒิภัทร หมอจะทำการวินิจฉัยดังนี้ครับ:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะดูความลีบของกล้ามเนื้อ และทดสอบการกางนิ้ว-หุบนิ้ว รวมถึงการทดสอบ "จุดเคาะเสียว" บริเวณข้อศอก
  • การตรวจกระแสประสาท (EMG/NCV): นี่คือหัวใจสำคัญครับ เป็นการวัดความเร็วของกระแสไฟฟ้าในเส้นประสาท เพื่อดูว่ามัน "ติดขัด" ตรงช่วงไหนของข้อศอก และรุนแรงระดับใด
  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูสภาพกระดูกข้อศอกที่เคยหลุดในอดีตว่ามีกระดูกงอกมาทับเส้นประสาทไหม
  • อัลตราซาวด์: เพื่อดูตัวเส้นประสาทว่ามีลักษณะบวมโตผิดปกติในจุดที่ถูกกดทับหรือไม่

แนวทางการรักษา: เมื่อไหร่ที่ต้องผ่าตัด?

ในระยะที่คุณวุฒิภัทรเป็น คือ "เริ่มมีกล้ามเนื้อลีบและนิ้วเหยียดไม่สุด" ระยะนี้การทานยาหรือทำกายภาพอย่างเดียวมักจะไม่เพียงพอครับ

  1. การผ่าตัดย้ายเส้นประสาท (Ulnar Nerve Transposition): หมอจะทำการผ่าตัดเล็กเพื่อ "ปลดล็อก" พังผืดที่รัดเส้นประสาทออก และย้ายตำแหน่งเส้นประสาทมาไว้ในจุดที่ปลอดภัยจากการถูกกดทับ วิธีนี้ช่วยหยุดไม่ให้กล้ามเนื้อลีบไปมากกว่าเดิม
  2. การฟื้นฟูหลังผ่าตัด: หลังผ่าตัดต้องทำกายภาพบำบัดเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ลีบให้กลับมาทำงาน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนครับ
  3. การป้องกัน: เลี่ยงการเท้าศอกกับโต๊ะนาน ๆ เลี่ยงการพับศอกค้างไว้นาน ๆ (เช่น การคุยโทรศัพท์หรือนอนหนุนแขน)

พยากรณ์โรค: จะกลับมาเหมือนเดิมไหม?

สำหรับภาวะที่มีกล้ามเนื้อลีบแล้ว การรักษาเป้าหมายหลักคือ "ไม่ให้แย่ลงกว่าเดิม" และ "ลดอาการชา" ครับ ส่วนกล้ามเนื้อที่ลีบไปแล้วจะกลับมาหนาเท่าเดิมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเส้นประสาทถูกกดทับมานานแค่ไหน หากรีบรักษาโอกาสฟื้นตัวก็จะมีสูงขึ้นครับ

ภาวะแทรกซ้อน: หากทิ้งไว้จนเส้นประสาทตายถาวร มืออาจจะสูญเสียการใช้งานในการหยิบจับของชิ้นเล็ก ๆ เช่น การติดกระดุมเสื้อ หรือการใช้ช้อนส้อมไปเลยครับ


สรุป

อาการชานิ้วก้อยร่วมกับมือลีบ ในคนที่เคยมีอุบัติเหตุข้อศอกมาก่อน เป็นเรื่องที่รอไม่ได้ครับ หากพบว่าร่องนิ้วเริ่มบุ๋ม หรือนิ้วเริ่มหงิกเหยียดไม่ตรง นั่นคือสัญญาณสุดท้ายที่เส้นประสาทกำลังบอกว่า "ช่วยผมด้วย" การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจกระแสประสาทจะช่วยให้ท่านได้รับการรักษาที่ถูกต้องก่อนที่จะสายเกินไปครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ชานิ้วก้อย #มือลีบ #เส้นประสาทถูกกดทับ #UlnarNerveEntrapment #CubitalTunnelSyndrome #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ปวดศอก #ผ่าตัดย้ายเส้นประสาท #สุขภาพวัยทำงาน


References

  1. Palmer BA, Hughes TB. (2010). Cubital Tunnel Syndrome. J Hand Surg Am.
    • (สรุป: ข้อมูลเจาะลึกเรื่องการกดทับเส้นประสาทอัลนาร์ที่ข้อศอกและวิธีการรักษา)
  2. Andrews K, et al. (2018). Cubital tunnel syndrome: A review. Orthop Rev (Pavia).
    • (สรุป: การทบทวนสาเหตุ อาการ และการดำเนินโรคของการกดทับเส้นประสาทที่ศอก)
  3. Wolf MS, et al. (2021). Management of Cubital Tunnel Syndrome. J Am Acad Orthop Surg.
    • (สรุป: แนวทางการรักษาทั้งแบบใช้ยาและการผ่าตัดที่ทันสมัยที่สุด)
  4. Assmus H, et al. (2011). Diagnosis and Treatment of Ulnar Nerve Compression at the Elbow. Dtsch Arztebl Int.
    • (สรุป: เน้นเรื่องความสำคัญของการตรวจกระแสประสาทในคนที่มีกล้ามเนื้อลีบ)
  5. Boone S, et al. (2015). Cubital tunnel syndrome: a guide to the physical exam and treatment. Jaapa.
    • (สรุป: คู่มือการตรวจร่างกายเพื่อคัดกรองภาวะเส้นประสาทถูกกดทับอย่างแม่นยำ)

Comments

Popular posts from this blog

ข้อควรปฏิบัติและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับผู้ที่มีอาการปวดข้อศอก (Tennis Elbow)

เอ็นข้อศอกอักเสบ เจ็บซ้ำ ๆ ไม่หายสักที

ปวดข้อศอกด้านใน (Golfer’s Elbow) คืออะไร? ทำไมปวดเรื้อรังเวลาใช้แขน — หมอเล่าให้เข้าใจง่ายแบบใช้ได้จริง